ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 91,000 ราย และยอดเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 24 ราย 
เป็นสายพันธุ์ลูกของ “โอมิครอน” ที่แพร่เชื้อได้รวดเร็วขึ้นถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่
อาการใกล้เคียงกับไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอ ไม่มีอาการสูญเสียการรับรสหรือกลิ่นเหมือนในระลอกแรก ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ “หวัดธรรมดา”
กลุ่มเสี่ยงสูงคือเด็กอายุ 0–4 ปี 
อีกหนึ่งสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน ที่กำลังแพร่กระจายในหลายประเทศรวมถึงไทย
อาการไม่รุนแรง แต่แพร่เชื้อได้เร็วและอาจติดง่ายในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ถ้าเคยติดโควิดหรือฉีดวัคซีนแล้ว ยังสามารถติดซ้ำได้ 
สวมหน้ากากอนามัย ในพื้นที่แออัด 
หมั่นล้างมือ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล 
ตรวจ ATK หากมีอาการต้องสงสัย 
ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำ 
หากป่วยควรพักรักษาตัวและแยกตัวอย่างเหมาะสม
โควิดยังไม่จบ! สายพันธุ์ใหม่กำลังมาแรง และอาจกลายเป็นโรคที่เราต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน การรู้เท่าทันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด 

